ตำนานเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

ตำนานเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

know6

ตำนานเทพไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋นตำนานเทพไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น 財神爺

นานมาแล้ว เจียงไท้กง เทพชั้นผู้ใหญ่ผู้มีหน้าที่แต่งตั้งเทพเจ้า วันหนึ่งท่านกำลังนั่งบำเพ็ญตบะอยู่ จู่ๆ หัวใจก็สั่นหวิว ท่านจึงทราบด้วยจิตญาณว่า เทพปี่กาน กำลังจะมีเรื่องเดือดร้อนหนัก จึงพยายามหาทางช่วย ปี่กานนั้น เป็นอัครหมาเสนาบดีของจักรพรรดิอินโจ้ว ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์อิน ทรงลุ่มหลงสุรานารีไม่ใส่ใจราชกิจ ทรงมีสนมเอกนางหนึ่งนาม โซวถังกี้ (ซูต๋าจี่) ที่เป็นหญิงงามที่ลือชื่อในประวัติศาสตร์ ปี่กาน เป็นขุนนางผู้ซื่อตรง พยายามจะเตือนองค์จักรพรรดิให้หันมาสนใจราชกิจ แต่พระองค์ไม่สนพระทัยต่อคำเตือน ปี่กานจึงวางแผนให้ทหารไปจับสุนัขจิ้งจอกมาทำเสื้อคลุมถวายแด่องค์จักรพรรดิ เพราะเชื่อว่า ถังกี้ (ต๋าจี่) เป็นปีศาจจิ้งจอก เมื่อพบเห็นเสื้อคลุม ก็จะตกใจและหนีไป แต่เหตุการณ์กับตรงกันข้าม เพราะถังกี้ไม่ตกใจ และยังวางแผนเล่นงานปี่กานกลับอีกด้วย เย็นวันหนึ่ง ปี่กานได้ยินเสียงคนร้องขายของอยู่หน้าบ้าน ว่า “ ขายหัวใจๆ ” ก็แปลกใจ จึงออกไปดู พบเห็นคนแก่ยืนอยู่หน้าบ้านของตน จึงถามว่า “ ท่านผู้อาวุโส จะขายหัวใจจริงหรือนี่ ” ชายชราก็ตอบว่า “ ขายจริงๆ นายท่านสนใจซื้อหาหรือไม่ ” ปี่กาน จึงแย้งไปว่า “ หัวใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของร่างกาย ถ้านำมันออกมาแล้ว ทุกคนต้องตาย ท่านยังคิดที่จะขายหัวใจอยู่อีกหรือหาไม่ ” ชายชรากล่าวว่า “ หัวใจเป็นต้นเหตุของความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หากหัวใจไม่เที่ยงธรรม มือเท้าย่อมทำแต่สิ่งไม่ดี ถ้าเอาหัวใจออกมาขายเสีย ต่อไปข้าพเจ้าก็จะไม่เลือกที่รักมักที่ชัง มีแต่ความยุติธรรม จัดการปัญหาต่างๆ อย่างยุติธรรม เป็นเช่นนี้มิใช่ประเสริฐกว่าหรือ ” ปี่กาน ยืนยันว่า “ แต่หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญมาก มีเพียงหนึ่งเดียว เมื่อขายแล้วท่านจะมีชีวิตสืบต่อไปได้อย่างไร ” “ ได้แน่นอน เนื่องจากข้าพเจ้ามียาวิเศษอยู่เม็ดหนึ่ง เมื่อกินเข้าไปแล้วถึงแม้ไม่มีหัวใจ แต่อวัยวะอื่นๆของร่างกายจะยังสามารถทำงานสืบไปได้เช่นเดิม ” “ งั้นขอให้ข้าพเจ้าได้ชมยาวิเศษสักนิดได้หรือไม่ ” ชายแก่จึงส่งมอบยาวิเศษเม็ดนั้นให้แก่ปี่กาน เมื่อเขานำมาดมดูก็รู้สึกหอมอย่างประหลาด รู้สึกมีพลังวิ่งไปทั่วร่างกาย แต่พอเงยหน้าขึ้นมากลับไม่พบชายชราผู้นั้นเสียแล้ว (ความจริงแล้ว ชายชราผู้นั้นคือเจียงไท้กงแปลงกายลงมานั้นเอง) เช้าวันรุ่งขึ้น องครักษ์หลายนายได้มาเชิญตัวปี่กานไปเข้าเฝ้าแต่เช้า ปี่กานรู้สึกแปลกใจ เพราะจักรพรรดิอินโจ้วไม่เคยสนพระทัยว่าราชการ แต่กลับส่งคนมาเชิญตนแต่เช้า จึงไถ่ถามเหล่าองครักษ์ จึงทราบว่า พระสนมถังกี้ เป็นโรคประหลาด หมอหลวงอับจนปัญญาที่จะรักษาได้ มีแต่หัวใจของปี่กานเท่านั้นที่จะสามารถใช้รักษาโรคนี้ได้ จักรพรรดิอินโจ้วกำลังหลงพระสนมถังกี้มาก ทรงตรัสว่า “ เจ้าเป็นพระสนมเอกแห่งเรา ส่วนปี่กาน เป็นแค่ขุนนางอันต่ำต้อย ชีวิตใครจักมีค่ามากกว่ากัน เรารู้ดี ดังนั้นขอเพียงรักษาอาการป่วยของเจ้าได้เท่านั้น อย่าว่าแต่ชีวิตของขุนนางผู้เดียวเลย ต่อให้ต้องฆ่าขุนนางสัก 100 คน เราก็เต็มใจ ” ดังนั้นพระองค์จึงมีรับสั่งให้เบิกตัวปี่กานมาเข้าเฝ้าแต่เช้า หลังจากปี่กานทราบเรื่องก็ตกใจเป็นอันมาก เรียกหาคนในครอบครัวมาสั่งเสีย ทันใดนั้นเขานึกถึงยาวิเศษที่ได้รับมาจากชายชรา จึงรีบไปหยิบยาวิเศษเม็ดนั้นออกมากลืนกินลง แล้วตามเหล่าองครักษ์เพื่อเข้าเฝ้า พอมาถึงท้องพระโรง จักรพรรดิอินโจ้วก็ตรัสขอหัวใจของปี่กาน เพื่อนำไปใช้รักษาอาการป่วยของพระสนมถังกี้ ปี่กานจึงทูลว่า “ พระองค์รับสั่งให้ขุนนางตาย ขันนางผู้นั้นก็มิอาจมีชีวิตสืบไป แต่ก่อนที่กระหม่อมขอกราบทูลเตือนพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายว่าพระองค์กำลัง ลุ่มหลงนางปีศาจ แลกำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจของมัน หลังจากที่พระองค์ทรงประหารกระหม่อมแล้ว ราชวงศ์ของพระองค์ที่ดำรงคงอยู่มาถึง 28 รัชกาล ก็จะถึงกาลอวสานแล้ว ” อนิจจา องค์จักรพรรดิหาได้ใส่พระทัยต่อคำเตือนของปี่กานไม่ กลับรับสั่งให้ทหารควักหัวใจของปี่กานออกมา แต่ ปี่กานห้ามเหล่าทหารเอาไว้ และกล่าวว่า “ พวกเจ้านั้นหาจำเป็นไม่ ขอเพียงมีมีดสั้นให้กับข้าพเจ้า แล้วข้าพเจ้าจะกระทำการสืบไปเอง ” กล่าวจบ ปี่กานก็ใช้มีดแหวะอก และควักหัวใจออกมา โยนหัวใจนั้นทิ้งไว้กับพื้น แล้วเดินออกจากพระราชวังโดยไม่พูดอะไร แต่ที่มหัศจรรย์คือ ตลอดการกระทำของปี่กานนี้ หามีเลือดออกมาไม่ ตั้งแต่นั้นมา ปี่กานก็ออกท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เขาโปรยเงินทองแจกจ่ายแก่ผู้คนไปทั่ว กลายเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ตามตำนานกล่าวกันว่า ปี่กานกินยาวิเศษของเจียงไท้กงเข้าไป ทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้ แม่ว่าจะไม่มีหัวใจ และกล่าวกันว่า เพราะปี่กานไม่มีหัวใจนี่เอง เขาจึงโปรยเงินโปรยทองแก่ผู้คนทั่วไป โดยไม่เลือกว่าคนนั้นดีหรือคนนี้ไม่ดี เลือกที่รักมักที่ชัง เป็นที่มีของเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บุ๋น นั้นเอง
ขณะเดียวกัน จ้าวกงหมิง(หวู่ฉายเสิน) ได้บำเพ็ญเพียรอยู่บนเขาบ้อไบ้ ได้สำเร็จมรรคผลเป็นเซียนมีฤทธิ์มาก กลับเกิดอาการเพี้ยนกลายเป็นนักพรตกังฉินที่ทั้งเก่งและอำมหิต จ้าวกงหมิง ถวายตัวรับใช้จักรพรรดิอินโจ้ว ได้ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากมาย จ้าวกงหมิงมีบริวารที่ร้ายกาจอยู่ตัวหนึ่ง คือ เสือดำ และยังมีของวิเศษหลายอย่าง อาทิ แส้เหล็ก ไข่มุกวิเศษ เชือกล่ามังกร ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ เจียงไท้กงซึ่งเป็นเทพชั้นผู้ใหญ่จึงสู้ จ้าวกงหมิงมิได้ มีคราวหนึ่ง เจียงไท้กงถูกจ้าวกงหมิงกักขังไว้ ในค่ายกลสิบทิศ เจียงไท้กง พยายามหาทางออกเท่าไหร่ก็ไม่พบ ขณะเดียวกันก็ถูก จ้าวกงหมิง ทำร้ายแทบปางตาย ซ้ำยังขู่เข็ญให้เจียงไท้กงแต่งตั้งตนให้เป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยยื่นเงื่อนไขว่า “ ตาเฒ่า เจ้าจงยอมแต่งตั้งให้ข้านี้ เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภเสียแต่โดยดีเถิด แล้วข้าจะปล่อยแกออกไป ข้าต้องการควบคุมทรัพย์สินเงินทองทั้งหมด แต่ถ้าหากแกโยกโย้ ข้านี่จะทรมานให้แกสิ้นชีพในบัดดล ” เจียงไท้กงไม่มีทางเลือก จึงยื่นขอเสนอให้แก่จ้าวกงหมิงว่า “ เราจักแต่งตั้งเจ้าเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภได้อย่างไร เพราะเวลานี้ ปี่กานเป็นผู้ครองตำแหน่งนี้อยู่ หากแม้นเจ้ามีความสามารถนำเอาหัวใจของปี่กานออกมา ทำให้เขาสิ้นชีพวายชนม์เสีย ตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภนี้ ก็จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ”

เมื่อตกลงกันได้เช่นนี้ จ้าวกงหมิง ได้ยินดังนั้นจึงย้ำกับเจียงไท้กงว่า “ ตกลงเช่นท่านว่านี้แหละ ข้าจักฆ่าปี่กานเอก แต่เจ้าต้องรักษาคำพูดให้มั่นเล่า ” เมื่อตกลงกันได้เช่นนั้น จ้าวกงหมิงจึงยอมปล่อยตัวเจียงไท้กงออกมาจากค่ายกล หลังจากนั้น จ้าวกงหมิงจึงสั่งให้เสือดำออกตามล่าหาปี่กาน และได้กำชับเสือดำว่า ต้องนำหัวใจของปี่กานกลับมาให้ได้ อย่าได้ผิดพลาดเป็นอันขาด เวลานั้น ปี่กาน กำลังโปรยเงินโปรยทองแจกจ่ายแก่ผู้คนตามที่ต่างๆ ที่เขาเดินทางผ่าน บ่ายวันหนึ่ง ปี่กานเดินทางมาถึงเชิงเขาแห่งหนึ่ง เขารู้สึกเหนื่อย เมื่อยล้าจากงานสงเคราะห์ผู้คน จึงเอนตัวลงนอนพักบนโขดหิน พลันเกิดลมพายุกรรโชกอย่างรุนแรง ปี่กานตกใจอย่างมาก เห็นเสือดำตัวหนึ่งกระโจนใส่ตัวเขาอย่างรวดเร็ว ปี่กาน หลบมิทันถูกเสือตะปบล้มลง จากนั้น มันก็เริ่มตะกุยหน้าอกของปี่กานเพื่อควานหาหัวใจ แต่หาอย่างไรก็หาไม่พบ เพราะปี่กานไม่มีหัวใจแล้ว เสือดำจึงคำรามด้วยความโกธร และผละจากไปอย่างไม่พอใจ ทั้งนี้เพราะเจียงไท้กงออกอุบายหลอกจ้าวกงหมิงนั่นเอง อย่างไรก็ดี แม้เสือดำจะมิได้หัวใจของปี่กานไป แต่กงเล็บของมันที่ตะกุยอยู่ในทรวงอกของปี่กานนั้น ทำให้อวัยวะภายในของปี่กานสับสน ส่งผลให้ปี่กานกลายเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ไม่เที่ยงธรรมนัก เขามักโปรยปรายเงินทองอย่างลำเอียง เจอใครก่อนก็ให้คนนั้นก่อน และมักจะให้เยอะๆ ทำให้คนที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ก็ยิ่งร่ำรวยยิ่งขึ้น ส่วนคนยากจนอยู่เดิม ก็ยังคงยากจนต่อไป เพราะเป็นเรื่องลำบากไม่น้อย ที่จะหาเครื่องเซ่นไหว้ดีๆ มาบูชาตอนที่เขาออกมาเยือนผู้คนในแดนมนุษย์

ทางฝ่ายจ้าวกงหมิง แม้มิได้เป็น เทพเจ้าแห่งความโชคลาภตามที่ปรารถนา แต่เนื่องจากเจียงไท้กงเคยตกปากรับคำรับคำไว้ เจียงไท้กงจึงประทานของวิเศษให้ 4 ชิ้น คือ เจียป้อ, หนับเตียว, เจียไช้ และ หลี่ฉี้ ซึ่งเป็นของวิเศษที่ใช้เรียกเงินเรียกทองให้ไหลมาเทมา การค้าราบรื่น มีกำไรดี ดังนั้น ชาวจีนจึงพากันกราบไหว้ จ้าวกงหมิง เป็น เทพเจ้าแห่งโชลาภอีกองค์หนึ่ง ด้วยเหตุที่ว่า จ้าวกงหมิง เป็นผู้ที่มีฤทธิ์มาก เคยเอาชนะเจียงไท้กงมาแล้ว ชาวจีนจึงยกย่องให้เป็น “ บู๊ไฉ่ซิงเอี๊ย ” ( เทพเจ้าแห่งโชคลาภองค์บู๊) และยกย่องปี่กานให้เป็น “ บุ๋นไฉ่ซิงเอี๊ย ” ( เทพเจ้าโชคลาภองค์บุ๋น) เพราะเคยเป็นอัครมหาเสนาบดีขององค์จักรพรรดิมาก่อน

วันที่ 26 เดือน 1 จีน วันไฉ่ซิ้งเปิดคลังสมบัติ ไหว้ได้ทั้งองค์บู๊ และบุ๋น
วันเกิดองค์ปางบู๊ วันที่ 2 เดือน1 จีน บางแห่งก็ว่าวันที่ 15 เดือน 3 จีน
วันเกิดปางบุ๋น วันที่ 22 เดือน 7 จีน
ส่วนองค์อั้งไห่ยี้ทงจื้อ หรือท่งจื้อ และไท่จื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่ 8 เดือน 4 จีน ที่ถือว่าเป็นวันไท่จื้อเอี๊ยะวันเกิด (ผิดถูกต้องขออภัยจากท่านผู้รู้ท่านอื่น) ส่วนเจียวไฉ้ท่งจื้อที่ผมดูในปฏิทินจีน มีวันที่ 20 เดือน 1 จีน และวันที่ 17 เดือน 9 จีน นะครับ เลือกไหว้วันใดวันหนึ่ง หรือจะไหว้ทั้ง 2วันก็ได้จะได้ฮวกไช้ เร็วๆ เด็กๆวิ่งเร็วจะได้โกยเงินทองมาให้

วันที่ 26 เดือน 1 จีน วันไฉ่ซิ้งเปิดคลังสมบัติ ไหว้ได้ทั้งองค์บู๊ และบุ๋น
วันเกิดองค์ปางบู๊ วันที่ 2 เดือน1 จีน บางแห่งก็ว่าวันที่ 15 เดือน 3 จีน
วันเกิดปางบุ๋น วันที่ 22 เดือน 7 จีน
ส่วนองค์อั้งไห่ยี้ทงจื้อ หรือท่งจื้อ และไท่จื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่ 8 เดือน 4 จีน ที่ถือว่าเป็นวันไท่จื้อเอี๊ยะวันเกิด (ผิดถูกต้องขออภัยจากท่านผู้รู้ท่านอื่น) ส่วนเจียวไฉ้ท่งจื้อที่ผมดูในปฏิทินจีน มีวันที่ 20 เดือน 1 จีน และวันที่ 17 เดือน 9 จีน นะครับ เลือกไหว้วันใดวันหนึ่ง หรือจะไหว้ทั้ง 2วันก็ได้จะได้ฮวกไช้ เร็วๆ เด็กๆวิ่งเร็วจะได้โกยเงินทองมาให้

คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยเทพเจ้าแห่งโชคลาภของพุทธตันตระฝ่ายมหายาน “ โอม ชัมภาลา จาเลน ไนเยน สวานะ “
คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยเทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ น่ำโล่บู้ซิ้ง ตั้งกิ้วกงเจียงกุง “..

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย財神爺 หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ โภคทรัพย์ เป็นความปรารถนาอันดับที่สองที่มนุษย์แสวงหาและเป็นมงคลอีกประการหนึ่งที่ชาวจีนนิยมอย่างมากที่มอบสัญลักษณ์แห่งโชคลาภนี้ให้แก่กันและกันในโอภาสอันเป็นมงคลทั้งหลาย หรือโอกาสพิเศษ จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นิยมตั้งไว้ที่ร้านค้า บ้านเรือน และห้องทำงาน

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย財神爺 หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ชาวจีนต้องเซ่นไหว้ก่อนเทพองค์อื่นๆ เป็นเทพเจ้าที่มีพลานุภาพบัลดาลให้เกิดโชคลาภ และความมั่งคั่งร่ำรวยมากมาย ในช่วงเวลาที่ดีท่านจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ ส่วนในช่วงเวลาที่เลวร้ายท่านจะคุ้มครองครอบครัวให้รอดพ้นจากความยากจน
ไฉ่ซิงเอี้ย財神爺เป็นเทพชั้นสูง ให้คุณทางด้านอำนวยโชคลาภ ความมั่นคงมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง ชาวจีนจึงยกย่องมากที่ท่านเป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ เทพเจ้าแห่งเงินตรา ที่นอกจากให้โชคลาภเรื่องเงินทองค้าขายแล้ว ชาวจีนยังเชื่อว่าการขอพรให้ท่านช่วยคุ้มครองลูกหลานผู้ไปอยู่ต่างถิ่นแดนไกล ให้มีความสำเร็จในเรื่องของการศึกษาอีกด้วย เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย財神爺จึงเป็นเทพเจ้าที่รวมความศักดิ์สิทธิ์ และอานุภาพหลายประการไว้ในองค์ท่านเอง แบ่งออกเป็นเทพองค์บู๊ (ขุนพล) และเทพองค์บุ๋น (บัณฑิต)
เทพเจ้าแห่งโชคลาภองค์บู๊ เดิมมีนามว่า “เจ้ากงหมิง” เป็นสุดยอดขุนพลฝีมือที่คอยรับใช้และช่วยเหลือกษัตริย์ฝ่ายอธรรม “โจ้หวาง” ด้วยความเก่งกล้าสามารถ เมื่อสิ้นชีพ “เจียงไท่กง” ได้แต่งตั้งตามบัญชาแห่งสวรรค์ให้เป็นเทพเจ้า
ลักษณะของเทพเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) จะเป็นรูปชายวัยกลางคน ใส่ชุดนักรบขุนพลจีนโบราณ ประกอบด้วย ชุดเกราะ หมวกขุนพล มือซ้ายถือกระบอง มือขวาถือเงินหยวน (หยวนเป่า) ที่อยู่ในถังเต็มพูน ใบหน้าดุ มีเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่เป็นพาหนะ มีพลังวิเศษและมีอำนาจมาก เหล่าพ่อค้านิยมสักการะมาก เพราะเชื่อกันว่ามีพลานุภาพให้ทำมาค้าขึ้น ในเรื่องหนี้สิน และหากต้องการติดตามหนี้สินก็จะประสบผลโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังมีอานุภาพช่วยดูแลและควบคุมบริวาร ลูกน้อง ลูกจ้าง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันในการทำงาน ควบคุมดูแลง่าย ดังนั้น ตามโรงงานหรือบริษัทใหญ่ๆ จึงนิยมบูชาเทพเจ้าเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) รวมถึงบรรดาข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ (โดยเฉพาะที่จีน) ล้วนนิยมบูชาเซ่นไหว้เทพเจ้าเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) เพราะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีจำนวนมากนั่นเอง

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย財神爺 หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ชาวจีนต้องเซ่นไหว้ก่อนเทพองค์อื่นๆ เป็นเทพเจ้าที่มีพลานุภาพบัลดาลให้เกิดโชคลาภ และความมั่งคั่งร่ำรวยมากมาย ในช่วงเวลาที่ดีท่านจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ ส่วนในช่วงเวลาที่เลวร้ายท่านจะคุ้มครองครอบครัวให้รอดพ้นจากความยากจน
ไฉ่ซิงเอี้ย財神爺เป็นเทพชั้นสูง ให้คุณทางด้านอำนวยโชคลาภ ความมั่นคงมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง ชาวจีนจึงยกย่องมากที่ท่านเป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ เทพเจ้าแห่งเงินตรา ที่นอกจากให้โชคลาภเรื่องเงินทองค้าขายแล้ว ชาวจีนยังเชื่อว่าการขอพรให้ท่านช่วยคุ้มครองลูกหลานผู้ไปอยู่ต่างถิ่นแดนไกล ให้มีความสำเร็จในเรื่องของการศึกษาอีกด้วย เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย財神爺จึงเป็นเทพเจ้าที่รวมความศักดิ์สิทธิ์ และอานุภาพหลายประการไว้ในองค์ท่านเอง แบ่งออกเป็นเทพองค์บู๊ (ขุนพล) และเทพองค์บุ๋น (บัณฑิต)
เทพเจ้าแห่งโชคลาภองค์บู๊ เดิมมีนามว่า “เจ้ากงหมิง” เป็นสุดยอดขุนพลฝีมือที่คอยรับใช้และช่วยเหลือกษัตริย์ฝ่ายอธรรม “โจ้หวาง” ด้วยความเก่งกล้าสามารถ เมื่อสิ้นชีพ “เจียงไท่กง” ได้แต่งตั้งตามบัญชาแห่งสวรรค์ให้เป็นเทพเจ้า
ลักษณะของเทพเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) จะเป็นรูปชายวัยกลางคน ใส่ชุดนักรบขุนพลจีนโบราณ ประกอบด้วย ชุดเกราะ หมวกขุนพล มือซ้ายถือกระบอง มือขวาถือเงินหยวน (หยวนเป่า) ที่อยู่ในถังเต็มพูน ใบหน้าดุ มีเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่เป็นพาหนะ มีพลังวิเศษและมีอำนาจมาก เหล่าพ่อค้านิยมสักการะมาก เพราะเชื่อกันว่ามีพลานุภาพให้ทำมาค้าขึ้น ในเรื่องหนี้สิน และหากต้องการติดตามหนี้สินก็จะประสบผลโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังมีอานุภาพช่วยดูแลและควบคุมบริวาร ลูกน้อง ลูกจ้าง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันในการทำงาน ควบคุมดูแลง่าย ดังนั้น ตามโรงงานหรือบริษัทใหญ่ๆ จึงนิยมบูชาเทพเจ้าเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) รวมถึงบรรดาข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ (โดยเฉพาะที่จีน) ล้วนนิยมบูชาเซ่นไหว้เทพเจ้าเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) เพราะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีจำนวนมากนั่นเอง

  1. เจ้ากงหมิง (赵公明) หรือ เทพไฉเสิน (财神) องค์เทพผู้เป็นหัวหน้าของเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งห้า

  2. เซียงเซิง (萧升) หรือ เทพ เจาเป่าเทียน(招宝天)องค์เทพแห่งการเรียกหาของวิเศษ

  3. เฉาเป่า (曹宝) หรือ เทพน่าเจินเทียน (纳珍天) องค์เทพแห่งการรวมสิ่งล้ำเลอค่า

  4. เฉินจิ่วกง (陈久公) หรือ เทวทูตเจาไฉสื่อเจ่อ (招财使者) องค์เทพแห่งการเรียกทรัพย์สิน

  5. เหยาเส้าซือ (姚少司) หรือ ขุนนางสวรรค์ลี่ซื่อเซียน (利市仙官)องค์เทพแห่งการค้าขาย

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย財神爺 หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ชาวจีนต้องเซ่นไหว้ก่อนเทพองค์อื่นๆ เป็นเทพเจ้าที่มีพลานุภาพบัลดาลให้เกิดโชคลาภ และความมั่งคั่งร่ำรวยมากมาย ในช่วงเวลาที่ดีท่านจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ ส่วนในช่วงเวลาที่เลวร้ายท่านจะคุ้มครองครอบครัวให้รอดพ้นจากความยากจน
ไฉ่ซิงเอี้ย財神爺เป็นเทพชั้นสูง ให้คุณทางด้านอำนวยโชคลาภ ความมั่นคงมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง ชาวจีนจึงยกย่องมากที่ท่านเป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ เทพเจ้าแห่งเงินตรา ที่นอกจากให้โชคลาภเรื่องเงินทองค้าขายแล้ว ชาวจีนยังเชื่อว่าการขอพรให้ท่านช่วยคุ้มครองลูกหลานผู้ไปอยู่ต่างถิ่นแดนไกล ให้มีความสำเร็จในเรื่องของการศึกษาอีกด้วย เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย財神爺จึงเป็นเทพเจ้าที่รวมความศักดิ์สิทธิ์ และอานุภาพหลายประการไว้ในองค์ท่านเอง แบ่งออกเป็นเทพองค์บู๊ (ขุนพล) และเทพองค์บุ๋น (บัณฑิต)
เทพเจ้าแห่งโชคลาภองค์บู๊ เดิมมีนามว่า “เจ้ากงหมิง” เป็นสุดยอดขุนพลฝีมือที่คอยรับใช้และช่วยเหลือกษัตริย์ฝ่ายอธรรม “โจ้หวาง” ด้วยความเก่งกล้าสามารถ เมื่อสิ้นชีพ “เจียงไท่กง” ได้แต่งตั้งตามบัญชาแห่งสวรรค์ให้เป็นเทพเจ้า
ลักษณะของเทพเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) จะเป็นรูปชายวัยกลางคน ใส่ชุดนักรบขุนพลจีนโบราณ ประกอบด้วย ชุดเกราะ หมวกขุนพล มือซ้ายถือกระบอง มือขวาถือเงินหยวน (หยวนเป่า) ที่อยู่ในถังเต็มพูน ใบหน้าดุ มีเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่เป็นพาหนะ มีพลังวิเศษและมีอำนาจมาก เหล่าพ่อค้านิยมสักการะมาก เพราะเชื่อกันว่ามีพลานุภาพให้ทำมาค้าขึ้น ในเรื่องหนี้สิน และหากต้องการติดตามหนี้สินก็จะประสบผลโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังมีอานุภาพช่วยดูแลและควบคุมบริวาร ลูกน้อง ลูกจ้าง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันในการทำงาน ควบคุมดูแลง่าย ดังนั้น ตามโรงงานหรือบริษัทใหญ่ๆ จึงนิยมบูชาเทพเจ้าเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) รวมถึงบรรดาข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ (โดยเฉพาะที่จีน) ล้วนนิยมบูชาเซ่นไหว้เทพเจ้าเจ้ากงหมิง (ไฉ่ซิงเอี้ยองค์บู๊) เพราะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีจำนวนมากนั่นเอง

  1. เจ้ากงหมิง (赵公明) หรือ เทพไฉเสิน (财神) องค์เทพผู้เป็นหัวหน้าของเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งห้า

  2. เซียงเซิง (萧升) หรือ เทพ เจาเป่าเทียน(招宝天)องค์เทพแห่งการเรียกหาของวิเศษ

  3. เฉาเป่า (曹宝) หรือ เทพน่าเจินเทียน (纳珍天) องค์เทพแห่งการรวมสิ่งล้ำเลอค่า

  4. เฉินจิ่วกง (陈久公) หรือ เทวทูตเจาไฉสื่อเจ่อ (招财使者) องค์เทพแห่งการเรียกทรัพย์สิน

  5. เหยาเส้าซือ (姚少司) หรือ ขุนนางสวรรค์ลี่ซื่อเซียน (利市仙官)องค์เทพแห่งการค้าขาย

คำอธิฐานขอพรขอโชคขอลาภง่ายๆ
วันนี้ข้าพเจ้า..บอกชื่อ และ อ่าน คนที่เขียนชื่อไว้ทั้งหมด........
ขอเรียนเชิญองค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย
เทพเจ้าชายอุปถัมภ์ เทพเจ้าหญิงอุปถัมภ์ เทพเจ้าสิริมงคล
ให้มารับเครื่องสักการบูชา
ซึ่งมี(กล่าวถึงสิ่งที่ท่านได้จัดเตรียมและนำมาถวาย)
และหลังจากองค์เทพทั้งสี่ท่านได้รับเครื่องสักการะเหล่านี้แล้ว
จงประทานพรให้ครอบครัว
ของข้าพเจ้าทุกคน จงประสบแต่โชคลาภความสุข และความสำเร็จ
สมดังที่มุ่งหวังทุกประการ
" หากท่านมีขอสิ่งใดเป็นพิเศษ ก็บอกขอต่อไปได้ ในสิ่งที่เราต้องการ

บทสวดไฉ่ซิ้งเอี๊ยเทพเจ้าแห่โชคลาภ แห่งโชคลาภ ยิ่งเปิดฟัง โชคลาภยิ่งมาเร็ว
https://www.youtube.com/watch?v=1RisQC0mnG4 

websitehj6 1
hjnew25 1
Port_hj1 1
busin_hj5
Portfolio

Instagram

ความรู้ของเรา

Hjpackaginghome

ปีชง 2565 พร้อมวิธีแก้ชง

ปีวอก เป็นการชงอย่างหนัก ยิ่งช่วงโควิดจะมีด้านดี หรือด้านลบ ...

Hjpackaginghome

ป้ายร้านค้าตามหลักฮวงจุ้ย

การทำป้ายร้านค้าเป็นสิ่งสำคัญการดำเนินธรุกิจ สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ขนาดหลู่ปัง

Hjpackaginghome

โป๊ยหยี่ สี่เถี่ยว  คืออะไร 

การดูศาสตร์โป๊ยหยี่ฯ ซึ่งมีความสำคัญมาก จะผูกกับปฏิทินจีน เหตุผล

Hjpackaginghome

เบญจธาตุทั้ง 5  คืออะไร 

การกำหนดวัฏจักรธาตุ่กอให้เกิดการสมดุล

Logo_newhf

ปรึกษาสอบถามรายละเอียด 

ติดต่อเรา

0916889971

hjdesign168@gmail.com

dbd6

ที่อยู่ของเรา

Xantrix Corp Co., Ltd.
Tax. no 0115563019933

 LE NEYASOLL 99/9 Moo2 Bang Sao Thong District , Samut Prakan

สงวนลิขสิทธิ์ © 2562 ฮวงจุ้ยดีไซน์